Sunday, 10 May 2009

Onside With...Jermain Defoe : คุยสบายๆกับนายเดโฟ

Life
Q: เมื่อไรก็ตามที่มีเวลาให้ตัวเอง
JD: ถ้าวันไหนอยากอยู่คนเดียวก็จะหาเพลงมานั่งฟัง ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะออกไปหาเพื่อนๆ ผมชอบที่จะอยู่กับผู้คน อย่างไรก็ตามมีหลายครั้งเหมือนกันที่ผมอยากอยู่ชิวๆคนเดียว
Q: เมื่อคุณรู้สึกแย่มากๆ
JD: กลับบ้านไปหาคุณแม่ของผม ซานดร้า ผมเจอท่านบ่อยๆเพราะว่าเธอเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสำหรับผมมากเหลือเกิน เธอเข้าใจผมเสมอและในช่วงที่ฟอร์มตกก็ได้แม่นี้แหละคอยให้กำลังใจ นอกจากนี้เธอยังทำอาหารได้สุดยอดมากๆ นี้แหละคืออีกสาเหตุว่าทำไมผมถึงกลับไปหาแม่บ่อย ! (หัวเราะ)

Q: อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองมั้ย?
JD: ผมแฮปปี้กับสิ่งที่ผมเป็นนะ
Q: สิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุดที่พ่อแม่สอนมา
JD: การวางตัวในสังคมและการเคารพผู้อาวุโสกว่า บางคนอาจจะเข้าใจว่าพวกนักฟุตบอลคงเป็นพวกเย่อหยิ่งทะนงตัวแม้กระทั่งกับผู้หลักผู้ใหญ่ แต่สำหรับผมแล้วผิดถนัดเลย ผมไม่ใช่คนประเภทนั้น

Q: บทเรียนที่สำคัญที่สุดในชีวิต
JD: ทำอย่างไง ได้อย่างนั้น สิ่งๆนี้สอนให้ผมตั้งใจฝึกซ้อมให้หนักขึ้นเพื่อเป็นนักฟุตบอลที่ดีกว่าเดิม
Q: ข้อเสียของคุณ
JD: ต้องตัดผมทุกอาทิตย์...ให้ตายเถอะแต่ผมไม่สามารถปล่อยให้มันยาวได้ ข้อแก้ตัวของผมก็คือ ทรงผมแหล่มแล้วฟอร์มจะแหล่มตาม !

Q: วันสำคัญที่สุดในชีวิต
JD: ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับเวสต์แฮม อย่างไรก็ดีมีอีกหลายๆครั้งที่ผมได้เจอช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม อย่างเช่นการได้เปิดซิงลูกแรกในนัดที่ลงเล่นให้เวสต์แฮมในเกมพบวอลซอล์ (ตอนอายุ17) และลงเล่นทีมชาตินัดแรกก็ยิงประตูได้เลย
Q: เพลงติดปากช่วงนี้
JD: Joe อัลบั้ม New Man
Q: คนที่ทำให้คุณมีเสียงหัวเราะเสมอ
JD: สเตฟาน ญาติสนิทของผม หมอนี้ไม่เคยหยุดปล่อยมุกแม้ว่าบางครั้งมันออกจะฝืดๆก็ตาม

Taste- รสนิยม
Q: ตึกที่ชอบ
JD: จริงๆแล้วไม่มีนะ แต่ถ้าเป็นภูเขาละก็คงเป็นที่ Pitons ณ เซนต์ลูเซีย (St. Lucia)

Q: ภาพวาด
JD: ภาพเสก็ตของบ็อบ มาร์เล่ย์ที่ผมแขวนไว้ที่บันได้บ้าน ดูแล้วรู้สึกดีเสมอ

Q: การเดินทาง
JD: St.Lucia บ้านหลังที่สองของผม (บรรพบุรุษของเดโฟมาจากที่นั้น)

Q: สถานที่สุดโปรดในอังกฤษ
JD:ฮาร์ดฟอร์ด เชียร์ (Hertfordshire) บ้านเกิดของผมเอง ทุ่งหญ้าและวิวทิวทัศน์สวยอย่าบอกใคร

Q: ของติดตัวที่ขาดไม่ได้
JD: ไอพอต เพราะว่าผมรักเสียงเพลง

As a boy
Q: หนังสือที่ชอบ
JD: ไม่มีครับ แม่ผมพูดอยู่เสมอว่าผมไม่เคยนั่งนิ่งๆได้เกิน2นาทีเลยสมัยเป็นเด็ก

Q: ตัวการ์ตูนที่ชอบ
JD: นินจาเต่าฮับ!
Q: รายการทีวีสุดโปรด
JD: ทอมแอนด์เจอร์รี่ (Tom&Jerry) ผมชอบอะไรที่เคลื่อนไหวเร็วๆ

On Spurs
Q: วันแรกที่สเปอร์สเป็นอย่างไรบ้าง
JD: ผมจำมันได้แม่น พอถึงสนามปุ๊บบอกตามตรงตกหลุมรักทันที นอกจากนี้ผมสนิทกับพวกเลดส์ลี่ย์ (คิง) และ แอนโทนี่ การ์ดเนอร์เป็นส่วนตัวอยู่แล้ว การปรับตัวจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่

Q: บุคคนแรกที่คุณเจอที่สโมสร
JD: เดวิด พลีท ผู้จัดการทีมชั่วคราวในเวลานั้น ผมชอบการฝึกซ้อมของเค้าน่ะ สนุกดี

Q: เพื่อนที่ดีที่สุดที่สเปอร์ส
JD: เลดเดอร์ (ชื่อเล่นเลดส์ลีย์ คิง) สุดยอดสุดแล้ว เพราะเป็นเพื่อนที่จริงใจและเฮฮาได้อีก

Q: ความผิดหวังครั้งร้ายแรง
JD: ผมพยายามที่จะไม่จำมัน เพราะเชื่อว่าอะไรที่มันผิดพลาดไปไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้ ผมจึงพยายามทำงานให้หนักเพื่อลบความทรงจำเหล่านั้นออกไป

Q: คู่ต่อสู้ที่คุณให้ความยอมรับมากที่สุด
JD: เพื่อนรักของผม ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ เนื่องจากเป็นนักเตะที่ฝึกซ้อมหนักมากแถมยังตัวเล็กกว่าอีก!
Q: ประตูที่อยู่ในความทรงจำ
JD: เกิดขึ้นในเดือนพฤษจิกายนปี2004 เกมพบกับอาร์เซนอล ผมลากบอลผ่านผู้เล่นสาม สี่คนก่อนซัดโครมเข้ามุมอย่างสุดสวย เยนส์ เลห์มันไม่ได้ขยับ
Q: กิจวัตรก่อนลงแข่ง
JD: ตื่น 9โมงเช้า หาอะไรเบาๆทาน ก่อนออกเดินยาวๆเป็นการวอร์มอัพร่างกาย ฟังเพลงเรียกความฮึกเหิมเล็กน้อยก่อนอาบน้ำอาบท่าเดินทางไปสนาม

Q: สนามในพรีเมียร์ชิพที่ทำให้คุณประทับใจ
JD: โอลด์ แทรฟฟอร์ด สมัยยังเด็กผมฝันมาเสมอว่าจะได้ลงเล่นที่สนามแห่งนี้ เนื่องจากเป็นสนามที่ใหญ่ ผู้ชมแน่น และบรรยากาศสุดยอด ในฐานะนักเตะการได้ลงเล่นกับยอดทีมอย่างแมนฯยูฯแล้วเอาชนะพวกเค้าได้ในบ้านเป็นอะไรที่พิเศษอยู่แล้ว
Q: สิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุดที่สเปอร์สละ
JD: แฟนบอลที่สุดยอดคอยหนุนหลังเราอยู่ตลอดเวลาไงล่ะ ไม่ว่าคุณจะอยู่แห่งหนใดคุณจะพบแฟนสเปอร์สเสมอ ผมรู้ซึ้งดีตอนที่ย้ายออกไปว่าคิดถึงสโมสรแห่งนี้ขนาดไหน...
Jermain Defoe Career timeline
1982: ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 1982, Beckton London

1997: ขณะที่อายุ14 หนุ่มน้อยซาไกถูกค้นพบโดยแมวมองทีมชารล์ตัน และเล่นให้ทีมเยาวชนของ ‘ดาบอัศวิน’ ก่อนโดนเวสต์แฮมฉกไปเซ็นสัญญาในเวลาต่อมา

2000: หลังจากได้แชมป์ถ้วยเยาวชนกับเวสต์แฮม เดโฟถูกดันขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกมลีกคัพพบวอลซอร์แถมทำประตูชัยในเกมนั้นได้อีกด้วย

2001: ถูกยืมตัวไปเล่นให้บอร์นมัธทั้งฤดูกาล ก่อนประกาศศัดาความเป็นยอดดาวยิงด้วยการยิงประตู10นัดติดต่อกันทำลายสถิติของจอห์น อัลดริดจ์

2004: เดือนมกราคมปี2004 หลังยิงเป็นว่าเล่นกับเวสต์แฮม (105นัด 41ประตู) เดโฟตัดสินใจย้ายมาสเปอร์สสลับฝากกับบ็อบบี้ ซาโมร่าที่สอบตกในถิ่นไวท์ ฮาร์ทเลน โดยนัดแรกที่เล่นให้ทีมตราไก่ก็ยิงประตูเปิดซิงให้ตัวเองได้เลย และทำแฮตทริกในเกมพบเซาธ์แธมตันได้ด้วยในปีนั้น

2008: หลังจากเล่นให้ทีมมา4ปี เดโฟไม่พอใจกับบทบาทข้างสนาม จึงย้ายมารับใช้แฮร์รี่ เรดแนปป์ผู้ปลุกปั้นในวัยเด็กที่ปอร์ทสมัธ ยิงไป15ประตูจากการลงเล่น31นัด

2009: ย้ายตามกุนซือหน้าง่วงกลับมาถิ่นไวท์ ฮาร์ทเลนอีกครั้ง และเพียงแค่เกมที่สองก็ยิงทีมเก่าอย่างปอมปีย์ได้เลย

Credit : สเปอร์สแม็กกาซีนฉบับเดือนเมษายน2009

Saturday, 9 May 2009

บิ๊กโฟร์ ยากเกินจะแทรก...

วันนี้ไปดูบอลคู่ฟูแล่ม-แอสตัน วิลล่ามา กะเต็มเหนี่ยวว่าทีมเจ้าสัวคงไม่ชนะลูกทีมของมาร์ติน โอนีลได้ง่ายๆแน่

3-1!! สาม ประตู ต่อ หนึ่ง เจ้าบ้านต้อนซะงั้น!?

กองแช่งอย่างเราซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ตราไก่ ออกอาการเซ็งอย่างแรง

อุตสาห์ไต่อันดับจากท้ายตาราง ขึ้นมาสูดอากาศกับพวกท็อปเทนได้ หลังการเข้ามาร่ายมนต์ของพ่อมดแฮร์รี่ เรดแนปป์
ก้อเลยแอบหวังว่าจะได้ไปเตะยูโรป้า อย่างใครเค้าบ้าง...(เข้าตำราได้คืบจะเอาศอก)
ถือว่าต้องลุ้นเหนื่อยเลยทีเดียวละ หากจะหวังให้สเปอร์สได้สิทธิ์ไปเตะบอลยุโรปฤดูกาลหน้า..
เอาน่า ดีกว่าตกชั้น จิงมั้ย?

พูดถึงฟูแล่มแล้วก็ต้องยอมรับเลยว่าฟอร์มในบ้านของพวกเค้าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

ขนาดแมนฯยูฯที่ว่าแน่ๆก็โดนฝังหลงหลุมมาแล้ว 2-0 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องชมรอย ฮอดจ์สันกุนซือมากล้นประสบการณ์ที่พาทีมจะตกชั้นแหล่ ไม่ตกชั้นแหล่อย่างฟูแล่มเขย่งก้าวกระโดดมาได้ไกลถึงเพียงนี้

ตัวผู้เล่นของฮอดจ์สันใช่ว่าจะดีเด่ อะไร นักเตะหลายคนเคยป็นแค่ส่วนเกินในทีมตราไก่ด้วยซ้ำ >.<

ด้านสิงห์ผงาด แอสตัน วิลล่าฟอร์มและความมั่นใจหายไปมาก ความน่ากลัวลดลงไปเยอะเทียบกับช่วงต้นฤดูกาลที่ทำท่าจะ 'เซอร์ไพรส์' แทรกตัวเองเป็นยืนทัดเทียมกับพวกสี่อรหันต์ บิ๋กโฟร์

ถึงนาทีนี้ คงต้องยอมรับสภาพกันแต่โดยดีว่า 'ช่องว่าง' ระหว่างทีมอย่าง แมนฯยูฯ เชลซี ลิเวอร์พูล และอาร์เซนอล เทียบกับทีมอื่นในลีกแล้ว ยัง ห่างไกลกันเยอะ

คงอีกหลายปีเลย กว่าทีมอย่าง สเปอร์ส วิลล่า เอฟเวอร์ตัน หรือ แมนฯซิตี้ จะตามทีมพวกนี้ทัน...

Monday, 13 April 2009

ใครฆ่าประชาชน

'อำนาจ' และ 'เงินตรา' เป็นแค่ ของนอกกาย

แต่คนเราทุกวันนี้ยึดติด ลุ่มหลง อยู่กับมัน

เมื่อไหร่จะ ตาสว่างกันเสียที...

พอเถอะ หยุดเถอะ แค่นี้ยังไม่สาสมหรืออย่างไร กับศ.ก.ที่ซบเซาเหงียบเหงาราวกับป่าช้า
ต่างชาติ วันๆเค้าเตรียมช่วยกันระดมความคิดหานโยบายมาแก้วิกฤตศ.ก. กัน

คนไทยทำอะไรกันอยู่
เข่นฆ่ากันเพื่ออะไร ในเมื่อสุดท้าย...


สีแดง สีเหลือง หรือสีขาว สุดท้าย ก็เจ็บปวดด้วยกันทั้งนั้น...

---------------------------------------------------------------------------

<ใครฆ่าประชาชน : คาราบาว>

๐เราเป็นประชาชน..รักประชาธิปไตยเข่นฆ่าเราทำไม ใครฆ่าประชาชน

แม่ที่ลูกไม่กลับบ้าน...และหลานๆที่อาได้หายไปลูกที่พ่อไปหนใด..จะมีใครหยั่งรู้ถึงจิตใจฝนที่หล่นเป็นตะกั่ว..คือความหวาดกลัวของหัวใจใครฝันใดเท่ากับฝันร้าย..ในการจากไปของคนที่ตนรัก

เราเป็นประชาชน..รักประชาธิปไตยเข่นฆ่าเราทำไม ใครฆ่าประชาชน

คืนนี้ดาวได้ร่วงหล่น..ในร่างคนที่ตนเคยหนุนตักรักของใครต้องพลัดพราก..จากกันไปชั่วนิจนิรันดรเธอเป็นผู้เสียสละ..แต่ภาระนั้นใครจะไถ่ถอนเสียงแม่กล่อมลูกน้อยนอน..กับบทกลอนพ่อเป็นวีรชน

เราเป็นประชาชน..รักประชาธิปไตยเข่นฆ่าเราทำไม ใครฆ่าประชาชนเราเป็นประชาชน..รักประชาธิปไตยเข่นฆ่าเราทำไม ใครฆ่าประชาชน

๐ ๐ ๐

พ่อจ๋า พ่อจ๋า พ่อจ๋า พ่อหนูไปอยู่ไหน อยู่ไหนเล่าแม่จ๋าเมื่อไรพ่อหนูจะกลับมา..ซื้อตุ๊กตา ซื้อขนมมาฝากคนไหนใครเล่าคลุ้มคลั่ง..ไม่ยอมฟังเสียงเพลงประชาชนสั่งกลบด้วยเสียงปืนกล..ใบไม้หล่นถนนนั้นแดงฉานวิญญาณแห่งเสรีชน..คือผู้คนคู่ควรกล่าวขานเกียรติประวัตินั้นยืนนาน..แห่งการสืบสานประชาธิปไตย

เราเป็นประชาชน..รักประชาธิปไตยเข่นฆ่าเราทำไม..ใครฆ่าประชาชนเราเป็นประชาชน..รักประชาธิปไตยเข่นฆ่าเราทำไม..ใครฆ่าประชาชนเราเป็นประชาชน..รักประชาธิปไตยเข่นฆ่าเราทำไม..ใคร..ฆ่า..ประชาชนเราเป็นประชาชน..รักประชาธิปไตยเข่นฆ่าเราทำไม..ใครฆ่าประชาชน

------------------------------------------------------------------------------------------------

Thursday, 9 April 2009

นับถอยหลัง

จองตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทยแล้ว...ใจหายอย่างบอกไม่ถูก

คงคิดถึงอากาศบ้าบอของที่นี้ สวนสาธารณะไฮด์พาร์ค และฟุตบอลอังกฤษน่าดู

นั่งรถเมล์ทีก็พยายามเก็บภาพความทรงจำต่างๆเท่าที่เมโมรี่จะรับได้ ซึมซับบรรยากาศให้ได้มากที่สุด

ผู้คนที่เร่งรีบบนท้องถนนในเมืองหลวง, นักท่องเที่ยวที่เดินกันให้เพียบในตัวเมือง, อาหารจีนใน china town, สนามท็อตแน่ม, ฯลฯ >...<

I Love London

Thursday, 19 March 2009

Onside With...Ledley King

หลายเรื่องราวที่เราไม่เคยได้ยินจากปาก ‘อดีต’ กัปตันทีมคนนี้...
Life
Q: เมื่อไรก็ตามที่มีเวลาให้ตัวเอง
LK: ผมมักหาเวลาไปพบเพื่อนๆและครอบครัว เพราะว่านอกเหนือจากฟุตบอลแล้วผมก็ไม่ได้มีกิจกรรมยามว่างที่โปรดปรานเป็นพิเศษเหมือนคนอื่นเค้า
Q: เมื่อคุณรู้สึกแย่มากๆ
LK: ไม่ค่อยมีนะ ผมเป็นคนสบายๆไม่ค่อยคิดอะไรมาก อย่างไรก็ดีบางครั้งอาจจะมีคิดเรื่องฟุตบอลบ้างแต่พอผมกลับบ้านไปพบหน้าลูกชาย (โคบี้) ผมก็รู้ได้เลยว่าอย่างน้อยก็มีเจ้าตัวเล็กนี้แหละทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นได้
Q: อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองมั้ย?
LK: Nobody Perfect นะ และผมก็ไม่กลับไปแก้ไขอะไรหรอก ผมพอใจกับสิ่งที่ผมเป็น
Q: สิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุดที่พ่อแม่สอนมา
LK: การวางตัวและมารยาทในการออกสังคม ท่านมักจะสอนผมเสมอว่าให้เคารพผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นอุปนิสัยของผมไปแล้ว
Q: บทเรียนที่สำคัญที่สุดในชีวิต
LK: ช่วงหลายปีที่ผ่านมาผมสูญเสียเพื่อนและญาติบางคนไปจึงได้ตระหนักว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ทุกวันนี้ผมตื่นเช้ามาและบอกตัวเองเสมอว่าจะใช้ชีวิตให้มีคุณค่าและสนุกกับมันให้มากที่สุด
Q: ข้อเสียของคุณ
LK: ผมชอบกินของหวานๆนะซิ! แต่ชีวิตนักฟุตบอลทำให้ผมต้องควบคุมตัวเองไม่ให้ตามใจปาก น่าเศร้าเนอะว่ามั้ย?
Q: วันสำคัญที่สุดในชีวิต
LK: ปี2004 วันที่ลูกชายผมลืมตาขึ้นมาดูโลก อาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้การคลอดของภรรยาผมดูติดขัดบ้างจนผมต้องรีบบินกลับบ้านจากทัวร์นาเมนต์ยูโร2004ที่โปรตุเกส แต่สุดท้ายก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี...เป็นวันนึงที่ผมภูมิใจที่สุดในชีวิตกับการได้เป็นพ่อคน
Q: เพลงติดปากช่วงนี้
LK: Use somebody และ Sex on Fire ของ Kings of Leon และ Mad ของ Ne-Yo
Q: คนที่ทำให้คุณมีเสียงหัวเราะเสมอ
LK: เพื่อนสนิทในวัยเด็กของผม เรารู้จักกันมานานมากและมีช่วงเวลาสนุกร่วมกันมาเยอะสมัยเรียน เมื่อไรก็ตามที่เราได้เจอกัน เมาธ์แตก ฮากระจายขอบอก
Taste- รสนิยม
Q: ตึกที่ชอบ
LK: จริงแล้วผมไม่ใช่ประเภทชอบเดินดูตึกและยืนชื่นชมเหมือนศิลปินบางคนหรอก แต่ก็มีที่คิดว่าดูดี อย่างเช่นตึกเอมไพร์ สเตจ ที่นิวยอร์คและโบสถ์ที่บาร์เซโลน่า
Q: ภาพวาด
LK: รูปผมกำลังเตะฟุตบอลที่ลูกชายวาดที่โรงเรียน
Q: การเดินทาง
LK: ผมรู้สึกดีทุกครั้งเวลาที่ได้จับเครื่องบินไปไหนไกลๆกับครอบครัวช่วงปิดซีซั่น
Q: สถานที่สุดโปรดในอังกฤษ
LK: ผมเกิดและโตในลอนดอน จึงรู้สึกว่าตัวเองชอบเมืองนี้เพราะเป็นแหล่งรวมอารยธรรมและผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าคุณอยากทำอะไร คุณสามารถทำได้หมดที่นี้ ร้านอาหารก็มีครบเกือบทุกชาติไม่ว่าคุณจะมาจากส่วนไหนของโลก
Q: ของติดตัวที่ขาดไม่ได้
LK: โทรสับมือถือและไอพอต
As a boy
Q: หนังสือที่ชอบ
LK: สมัยเด็กผมชอบอ่าน ‘Napper Goes for Goal’ พอโตขึ้นมาอีกหน่อยก็เป็นเรื่อง ‘ The Twits’
Q: ตัวการ์ตูนที่ชอบ
LK: ขอโทษนะแต่ผมไม่อ่านการ์ตูน
Q: รายการทีวีสุดโปรด
LK: พอกลับจากโรงเรียนมาที่บ้านผมมักจะเปิดช่อง ITV ไว้ให้ดูเสมอ
On Spurs
Q: วันแรกที่สเปอร์สเป็นอย่างไรบ้าง
LK: ตอนนั้นผมยังเป็นนักเรียนไปด้วย มาซ้อมบอลอินดอร์กับสเปอร์สทุกคืนวันอังคารและพฤหัสบดี จำได้ว่ามากับเพื่อนอีกสองคนทำให้พวกเราไม่รู้สึกประหม่าจะเกินไป ความรู้สึกในตอนนั้นนะเหรอ? สุดยอดดดมาก (ลากเสียงยาว) ผมตื่นเต้นสุดๆกับสิ่งอำนวยความสะดวกของสโมสร เพราะก่อนหน้านั้นผมเคยไปซ้อมกับสโมสรเลย์ตัน มาซึ่งต่างกันราวฟ้ากับเหว!
Q: บุคคนแรกที่คุณเจอที่สโมสร
LK: ตอนนั้นน่าจะเป็นโค้ชพาร์ทไทม์ของสโมสรนะ แต่พวกเค้าก็ดีกับเด็กๆอย่างพวกผมมากเลยละ
Q: เพื่อนที่ดีที่สุดที่สเปอร์ส
LK: ผมไม่อยากเจาะจงใครเป็นพิเศษเพราะว่าผมเข้ากันได้ดีกับทุกคน แต่ร็อบบี้ คีนซึ่งอยู่กับทีมมานานย้ายกลับมาอีกครั้งทำให้ผมรู้สึกดีนะ
Q: ความผิดหวังครั้งร้ายแรง
LK: ผมได้เล่นนัดชิงชนะเลิศสามครั้งในชีวิต (แพ้แบล็คเบิร์น, แมนฯยูไนเต็ดแต่ชนะเชลซี) มันคงจะดีหากผมสามารถเป็นผู้ชนะได้ทั้งหมด
Q: คู่ต่อสู้ที่คุณให้ความยอมรับมากที่สุด
LK: ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ผมเคยพบมาคือเธียรี่ อองรีช่วงพีคๆสมัยที่เล่นให้อาร์เซนอล อีกคนนึงคือซีเนอดีน ซีดานตอนที่ผมเล่นให้ทีมชาติอังกฤษพบฝรั่งเศษซึ่งเค้าโดดเด่นมากๆในเกมนั้น นอกจากนี้ผมยังจำไม่ลืมตอนที่ต้องเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับให้อังกฤษแล้วต้องตามประกบฮวน โรมัน ริเกลเม่ซึ่งวันนั้นแทบเข้าไม่ถึงตัวเค้าเลยมันทำให้เรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเองในการประกบตัวให้มากขึ้น
Q: ประตูที่อยู่ในความทรงจำ
LK: เป็นประตูที่พบอาร์เซนอลซึ่งเราแพ้ไป5-4ปี2005 หลังจากนั้นอีกปีนึงผมโหม่งให้ทีมขึ้นนำก่อนที่เราจะถูกตีเสมอตอนหลัง อย่างไรก็ดีมันจะเป็นประตูที่อยู่ในความทรงจำผมเสมอเพราะบรรยากาศในสนามมันสุดยอดจริงๆ
ส่วนประตูที่ผมชื่นชอบส่วนตัวเป็นลูกวอลเล่ย์ของมาร์โก แวนบาสเท่นในศึกฟุตบอลโลกปี1986
Q: กิจวัตรก่อนลงแข่ง
LK: ตื่นแต่เช้าหาอะไรกินเบาๆ อาบน้ำแต่งตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางไปสนาม พอไปถึงก็กินเพิ่มอีกหน่อยและเพ่งสมาธิให้พร้อมสำหรับเกมที่จะเตะ
Q: สนามในพรีเมียร์ชิพที่ทำให้คุณประทับใจ
LK: น่าตะเป็นแอนฟิลด์เพราะว่าเป็นสนามที่ผมได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก เมื่อไรก็ตามที่ได้กลับไปที่นั้นผมรู้สึกดีเสมอ
Q: สิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุดที่สเปอร์สละ
LK: ความจงรักภักดีของแฟนบอลที่ไม่เคยเสื่อมคลายและประวัติศาสตร์อันยาวนานของสโมสร

Ledley King Career timeline
1980- เลดลีย์ เบรน์ตัน คิง ถือกำเนิดในปี1980 วันที่12ตุลาคมในย่านโบว์ (Bow), ลอนดอน
1997- ร่วมทีมสเปอร์สในฐานะเด็กฝึกหัดของสโมสร
1998- เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกกับสเปอร์ส
1999- ประเดิมสนามให้ตัวเองนัดแรกในเกมที่พ่ายลิเวอร์พูลไป3-2ที่แอนฟิลด์
2000- ได้ลงเล่นสองเกมสุดท้ายก่อนปิดฤดูกาล1999-2000 ขณะที่อีกหนึ่งปีให้หลังได้ลงเล่นบ่อยขึ้นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ ก่อนที่จะทำสถิติยิงประตูเร็วที่สุดในลีกด้วยการใช้เวลาเพียงแค่ 10 วินาทีเท่านั้นในเกมที่เสมอกับแบลดฟอร์ตไป3-3 (ปี1999)
2001- เปลี่ยนมาเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาฟและทำให้แนวรับของทีมดูดีขึ้นทันตา
2002- ติดทีมชาติอังกฤษนัดแรกในเกมที่พ่ายอิตาลีไป2-1คาบ้านตัวเอง, พาทีมเข้าชิงชนะเลิศลีกคัพ
2004- ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้อังกฤษและยิงประตูในนามทีมชาติได้ในเกมที่พบออสเตเรีย ก่อนที่จะติดทีมไปเล่นยูโร2004และมีส่วนร่วมในเกมกับฝรั่งเศษและโครเอเชีย
2006- เป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของคิงเมื่อสามารถพาสเปอร์สจบฤดูกาลด้วยอันดับที่5
2007- แทบไม่ได้ลงช่วยทีมเลยเพราะปัญหาอาการบาดเจ็บอย่างร้ายแรงที่หัวเข่า
2008- พาสเปอร์สเป็นแชมป์ลีกคัพด้วยการเอาชนะเชลซีในนัดชิงชนะเลิศได้แบบเซอร์ไพรส์แฟนบอลสุดๆ
2009- ลงเล่นให้ทีมครบ200นัดในวันที่26ตุลาคม, พาทีมเข้าชิงลีกคัพอีกครั้งแต่โชคร้ายพ่ายจุดโทษต่อแมนฯยูไนเต็ดไปอย่างน่าเจ็บใจ

Credit : สเปอร์สแม็กกาซีนฉบับเดือนมีนาคม2009

Tuesday, 3 March 2009

ปีหน้าค่อยว่ากัน

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยครับสำหรับศึกฟุตบอลคาร์ลิ่ง คัพนัดชิงชนะเลิศครั้งที่49ที่สนามเวมบลีย์ โดยครั้งนี้ไม่มีพลิกโผแต่อย่างใดเมื่อ 'ปีศาจแดง' แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้เบน ฟอสเตอร์มือกาววัย25ปี เซฟกระจายทั้งในเกมและช่วงจุดโทษพาทีมเป็นแชมป์อย่างยิ่งใหญ่...
ส่วนแฟนสเปอร์ส(อย่างเราๆท่านๆ)ก็ต้องทำใจและยอมรับผลการแข่งขันแต่โดยดีว่าปีนี้ไม่ใช่ปีทองของเราจริงๆ เพราะนอกจากผลงานในลีกจะออกสตาร์ตได้ย่ำแย่ถึงขั้น 'ห่วยเป็นประวัติศาสตร์' ของสโมสร นัดชิงที่หวังเอาไว้ว่าจะพาทีมไปเล่นบอลยุโรปในฤดูกาลหน้าก็มีอันต้องพังทลายไปต่อหน้าต่อตาอีก T.T
ก็ถือว่าน่าเสียดายอย่างแรงครับเพราะพวกที่เซ็นเข้ามาใหม่ในช่วงเปิดตลาดเดือนมกราคมที่ผ่านมาอย่างพาลาซิออส,ชิมบงด้า,คีนและคูดิชินี่ติดคัพไทร์หมดสิทธิ์ลงสนามช่วยทีม แถมฮีโร่ในปีที่แล้วอย่างโจนาธาน วู้ดเกตและเจอร์เมน เดโฟซึ่งลงเล่นในถ้วยนี้ได้ก็ดันเจ็บซะ ไม่อย่างนั้นเราคงได้ลุ้นมากกว่าที่เห็นแน่ๆ
ถึงตอนนี้ก็ต้องเอาใจช่วยทีมเราให้หนีตกชั้นสำเร็จเป็นอันดับแรกครับ หลังจากนั้นค่อยมาว่ากันใหม่ในปีหน้าฟ้าใหม่ว่าจะดีขึ้นหรือเลวร้ายลงกว่าเดิม หรือไม่ อย่างไร!?


Friday, 27 February 2009

สัญญาณดีๆ

ไปดูฟุตบอลยูฟ่าคัพระหว่างสเปอร์ส-ชัคเตอร์ โดเน็ตส์ค ‘ทีมแกร่ง’ จากยูเครนมาเมื่อคืนครับ บรรยากาศที่สนามไวท์ ฮาร์ทเลนยังคงเนืองแน่นไปด้วยแฟนบอลของทีมที่เข้ามาให้กำลังใจ ‘ยังบลัด’ ลงทำศึกเหมือนเช่นเคย

แม้ว่าสุดท้ายทีมเราต้องมีอันกระเด็นตกรอบไปอย่างน่าเสียดายก็ตาม...
การออกนำไปก่อน 1-0 จากลูกยิงผีจับยัดของจิโอวานี่ในนาทีที่55 ทำให้สเปอร์สดูมีความหวังขึ้นมาไม่น้อย เสียงแฟนบอลส่งเสียดังกระหึ่มเล้าไก่ของเรา สุดท้ายกลายเป็น ‘ดาบสองคม’ กดดันเด็กๆของเราเองอย่างช่วยไม่ได้ (ผมเชื่ออย่างนั้น)
เกมนี้โดยรวมถือว่านักเตะชุดบีของเราทำหน้าที่ได้อย่างสุดยอดครับโดยเฉพาะในรายของเจมี่ โอฮาร่าซึ่งทำหน้าที่จอมทัพรักษาบาลานซ์ของทีมได้อย่างยอดเยี่ยม เช่นเดียวกันกับทอมมี่ ฮัดเดิลสตัน ‘กัปตันทีม’ ที่เกมนี้ลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาฟแต่ก็วางบอลยาว ‘คิลเลอร์พาส’ สวยๆได้หลายครั้ง

ผมกล้าฟันธงแบบไม่กลัวหน้าแหกนะครับว่าฮัดเดิลสตันจะติดทีมชาติอังกฤษในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอนเพราะมีคุณสมบัติที่ทีมสิงโตคำรามกำลังต้องการ แม้ว่าเจ้าต้องเพิ่มความรวดเร็วและคล่องตัวให้มากกว่านี้ก็ตาม

อีกคนที่ไม่ชมไม่ได้เลยก็คือเจ้าหนูโจนาธาน โอบิก้า ไอ้เด็กโข่งร่างใหญ่ซึ่งทำผลงานยิงกระฉูดในทีมสำรอง ( ลงสนาม21นัดซัดไป14ประตู) เกมนี้ออกสตาร์ตตัวจริงเป็นครั้งแรกในทีมชุดใหญ่แล้วทำผลงานได้ดีเกินคาด ทั้งพักบอล เชื่อมเกมได้อย่างยอดเยี่ยมเกินอายุแค่18ปีเท่านั้น อนาคตหากโรมัน พาฟลิวเชนโก้ได้รับบาดเจ็บหรือเล่นไม่ออกจริงๆผมว่าเราก็มีตัวแทนที่ไม่น่าเกลียดเกินไปนัก
ครับ แม้ว่าสุดท้ายแล้วเกมนี้ขุนพลตราไก่ชุดผสมจะโดนตีเสมอในช่วงท้ายเกมเพราะวิ่งจนหมดแรงแต่อย่างน้อยเราก็ได้เห็น ‘สัญญาณดีๆ’ อย่างเช่น เรื่องทีมสปิริตที่เริ่มกลับมามีให้เห็นอีกครั้ง

วันอาทิตย์นี้ที่เจอแมนฯยูไนเต็ดในนัดชิงคาร์ลิ่ง คัพ หวังเหลือเกินครับว่าผู้เล่นชุดใหญ่ของเราจะวิ่งสู้ฟัดแบบนี้....
ปล. ซื้อสเปอร์สแม็กกาซีนฉบับเดือนมีนาคมมาแล้ว เดี๋ยวจะรีบลงให้อ่านกันนะครับ : )